ประวัติวิวัฒนาการอีคอมเมิร์ซโดยสังเขป | |||||
การค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นเริ่มขึ้นบนโลกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2513 ซึ่งได้มีการเริ่มใช้ระบบโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเอฟที (EFT = Electronic Fund Transfer) แต่ในขณะนั้นมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่และสถาบันการเงินเท่านั้นที่ใช้งานระบบโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาอีกไม่นานก็เกิดระบบการส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีดีไอ (EDI = Electronic Data Interchange) ซึ่งสามารถช่วยขยายการส่งข้อมูลจากเดิมที่เป็นข้อมูลทางการเงินอย่างเดียวเป็นการส่งข้อมูลแบบอื่นเพิ่มขึ้น เช่น การส่งข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ผลิต หรือผู้ค้าส่งกับผู้ค้าปลีก เป็นต้น หลังจากนั้นก็มีระบบสื่อสารรวมถึงโปรแกรมอื่นๆ เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ระบบที่ใช้ในการซื้อขายหุ้นจนไปถึงระบบที่ช่วยในการสำรองที่พัก ซึ่งเรียกได้ว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการสื่อสาร และเมื่อยุคของอินเตอร์เนตมาถึงเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2533 จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เนตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้เกิดขึ้น เหตุผลที่ทำให้ระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างรวดเร็วคือโปรแกรมสนับสนุนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมามากมาย รวมถึงระบบเครือข่ายด้วย พอมาถึงประมาณปี พ.ศ. 2537 – 2542 ก็ถือได้ว่าระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซก็เป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งวัดได้จากการที่มีบริษัทต่างๆ ในอเมริกาได้ให้ความสำคัญและเข้าร่วมในระบบอีคอมเมิร์ซอย่างมากมาย | |||||
ประเภทของอีคอมเมิร์ซ | |||||
มีการแบ่งประเภทอีคอมเมิร์ซกันหลายแบบ เช่น แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภท แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 3 ประเภท แบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 6 ส่วน และแบ่งอีคอมเมิร์ซตามประเภทสินค้าเป็น 2 ประเภท เป็นต้น | |||||
อีคอมเมิร์ซ 5 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 5 ประเภทก็ได้ดังต่อไปนี้ | |||||
(1) ธุรกิจกับผู้ซื้อปลีกหรือบีทูซี (B-to-C = Business-to-Consumer) คือประเภทที่ผู้ซื้อปลีกใช้อินเตอร์เนตในการซื้อสินค้าจากธุรกิจที่โฆษณาอยู่ในอินเตอร์เนต (2) ธุรกิจกับธุรกิจหรือบีทูบี (B-to-B = Business-to-Business) คือ ประเภทที่ธุรกิจกับธุรกิจติดต่อซื้อขายสินค้ากันผ่านอินเตอร์เนต (3) ธุรกิจกับรัฐบาลหรือบีทูจี (B-to-G = Business-to-Government) คือประเภทที่ธุรกิจติดต่อกับหน่วยราชการ (4) รัฐบาลกับรัฐบาลหรือจีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ ประเภทที่หน่วยงานรัฐบาลหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาลอีกหน่วยงานหนึ่ง (5) ผู้บริโภคกับผู้บริโภคหรือซีทูซี (C-to-C = Consumer-to-Consumer) คือ ประเภทที่ผู้บริโภคประกาศขายสินค้าแล้วผู้บริโภคอีกรายหนึ่งก็ซื้อไป เช่นที่อีเบย์ดอทคอม(Ebay.com) เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินให้กันทางบัตรเครดิตได้ | |||||
อีคอมเมิร์ซ 3 ประเภท ถ้าจะแบ่งอีคอมเมิร์ซเป็น 3 ประเภทก็อาจจะแบ่งได้ ดังต่อไปนี้ ้ | |||||
(1)อีคอมเมิร์ซระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจ หรือ บีทูซี (B-to-C = Business-to-Consumer) ซึ่งอาจจะมีตัวอย่างดังต่อไปนี้ - การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจโดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กลุ่มสนทนา กระดานข่าว เป็นต้น - การจัดการด้านการเงิน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจัดการเรื่องการเงินส่วนตัว เช่น ฝาก-ถอน เงินกับธนาคาร ซื้อขายหุ้นกับผู้ค้าหุ้น เช่น อีเทรด (www.etrade.com) เป็นต้น - ซื้อขายสินค้าและข้อมูล ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อขายสินค้าและข้อมูลผ่านอินเตอร์เนตได้โดยสะดวก (2)อีคอมเมิร์ซภายในองค์กรหรือแบบอินทราออร์ก (Intra-Org E-commerce) คือ การใช้อีคอมเมิร์ซในการช่วยให้บริษัทหรือองค์ใดองค์กรหนึ่งสามารถปรับปรุงการทำงานภายในและให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้ - การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรจะสะดวกรวดเร็วจะได้ผลดีขึ้น โดยใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ และป้ายประกาศ เป็นต้น - การจัดพิมพ์เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีพับลิซซิง (Electronic Publishing) ช่วยให้บริษัทสามารถออกแบบเอกสาร จัดพิมพ์เอกสาร และแจกจ่ายเอกสารได้สะดวกรวดเร็ว และใช้ค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ว่าจะเป็นคู่มือข้อกำหนดสินค้า (Product Specifications) รายงานการประชุม เป็นต้น ทั้งนี้โดยผ่านเว็บ - การปรับปรุงประสิทธิภาพพนักงานขาย การใช้อีคอมเมิร์ซแบบนี้ช่วยปรับปรุงการสื่อสารระหว่างฝ่ายผลิตกับฝ่ายขาย และระหว่างฝ่ายขายกับลูกค้า ทำให้ได้ประสิทธิภาพดีขึ้น (3)อีคอมเมิร์ซระหว่างองค์กรหรือแบบอินเตอร์ออร์ก (Inter-Org E-commerce) ซึ่งก็คือแบบเดียวกับแบบที่เรียกว่าบีทูบี (Business to Business) ทั้งนี้โดยมีตัวอย่างต่อไปนี้ - การจัดซื้อ ช่วยให้จัดซื้อได้ดีขึ้น ทั้งด้านราคา และระยะเวลาการส่งของ - การจัดการสินค้าคงคลัง - การจัดส่งสินค้า - การจัดการช่องทางขายสินค้า - การจัดการด้านการเงิน | |||||
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ecommerce แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ecommerce แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554
รวยด้วยอีคอมเมิร์ช 2 Ecommerce for rich 2
ป้ายกำกับ:
รวย,
อีคอมเมิร์ช,
ไอที,
Ecommerce
วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554
รวยด้วยอีคอมเมิร์ช 1 Ecommerce for rich 1
อ่านแล้วรวย วันนี้พูดถึง ธุรกิจอีคอมเมิร์ช (E-Commerce) คือ การให้บริการต่างๆ หรือเป็นการขายของ โดยใช้ อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางระหว่าง ผู้ซื้อกับผู้ขายนั่นเอง
หลักการง่ายๆ ของการทำ ธุรกิจอีคอมเมิร์ช คือ เรามีสินค้าหรือบริการอะไรบ้าง แล้วก็นนำมันออกมาขาย หรือถ้าหากไม่มีสินค้า ก็ดูว่าเรามีความสนใจ สินค้าอะไรเป็นพิเศษบ้าง สินค้าอะไรบ้างที่เรา ซื้อใช้ หรือมีความชื่นชอบ เป็นอย่างมากมีการใช้สินค้าตัวนั้นบ่อยๆ จนเรารู้จักสถานที่ขาย (ร้านประจำของเรา) รู้จักวิธีการใช้รู้ข้อดี ข้อเสียของสินค้าตัวนั้น เป็นอย่างดี เพราะถ้าหาก เรามีความรู้ในตัวสินค้าแล้วก็จะทำให้ การโฆษณาประชาใมพันธ์ได้ง่ายขึ้นนั่นเอง
หลังจากที่เรามีสินค้าเพื่อทำ ธุรกิจอีคอมเมิรช จากนั้นก็ทำการสร้างเว็บไซต์ ขึ้นมา จัดแจงใส่รายละเอียดต่างๆ ของสินค้าเราลงไปในเว็บไซต์ ทำการโปรโมทเว็บไซต์ ให้เป็นที่รู้จัก ที่เหลือก็นั่งๆ นอนๆ รอคนที่ท่องเที่ยว ในโลกอินเทอร์เน็ตเดินทาง ผ่านเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าภายในหน้าร้าน (ในเว็บไซต์ของเรา) แล้วก็สั่งซื้อสินค้าของเราเพียงเท่านี้ก็หาเงินได้แล้วครับ
การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ช หรือการหารายได้จาก การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันได้รับ ความนิยมในระดับต้นๆ เพราะการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ช ถ้าหากมีการทำการตลาดที่ดีแล้ว สินค้าของเราก็จะ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และขายดี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ป้ายกำกับ:
รวย,
อีคอมเมิร์ช,
ไอที,
Ecommerce
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554
รวยด้วยอีเบย์ 2 ebay for rich 2
รวยด้วยอีเบย์ ตอน 2 ในวันแรกที่ผมสมัคร ebay.com ผมตั้งเป้าไว้เลยว่าสินค้าของผมต้องออกสู่สายตาชาวโลกได้ไม่ยาก แต่ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ไหนมันมีแต่ order จาก เมกา กับ แคนนาดาหว่า...ก็เพิ่งมารู้จากบอร์ดนี้ละครับ ว่าจะต้องจ่ายตังเพิ่มหากอยากให้สินค้าเราไปโชว์ที่ ebay อื่นๆ เช่นของ อังกฤษ ยังงี้เขาเรียกว่าเก็บเล็กเก็บน้อยนี่หว่า ไอ้ครั้นจะไปสมัคร ebay.uk หรือ ของประเทศอื่น สงสัยจะโดนค่าธรรมเนียมการลงสินค้าจะอ้วกแน่ๆหากลงมันทุกประเทศ สิทธิพิเศษก็ให้เฉพาะ power seller อย่างพวกลดค่าธรรมเนียมการลงสินค้าหรือ ขายของยกล็อต รับประกันตอบคำถามภายใน 24 ชั่วโมง แบ่งชนชั้นชะมัด ผู้ขายหน้าใหม่ๆเกิดลำบาก เพราะกว่าจะปิดการขายได้มันมีค่าธรรมเนียมรายทางเต็มไปหมด แต่ไม่ต้องห่วงครับไม่เหลือบ่ากว่าแรก คิดซะว่ามันเป็นจุดหมายที่เราจะต้องเป็น power sellerให้ได้ คนขายหน้าใหม่ๆไม่ต้องกลัวครับ FB แค่ 5 ยังขายของได้เรื่อยๆเลยถ้าเขาต้องการจริงๆเชื่อผม เดี๋ยว FB มันก็ค่อยๆขึ้นไปเองเหละครับ ปลูกต้นไม้มันต้องหว่านปุ๋ยแล้วรอเก็บเกี่ยวครับ ลองคิดถึงวันที่มันออกดอกออกผลเต็มต้นรอให้เรามาเก็บเกี่ยวซิครับ ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์อย่างสายดำต้นไม้มันโตเร็วแต่ซักพักติดมันก็จะเสื่อมแล้วต้นไม้ที่ปลูกไว้มันก็จะตายจริงไหมครับ ข้อเสียของ ebay อีกอย่างที่ผมรับไม่ได้ก็พวกจำกัดสิทธิบางอย่างของประเทศฝั่งเราๆ ถูกมองว่าคอยแต่จะโกง ยังงี้มันเยียดผิวกันนี่หว่า คนดีๆเขาก็มีนะเฟ้ย คอยดูนะจะเป็น power seller แล้วอย่ามาง้อละกัน ทุกอย่างที่พูดมาเป็นข้อเสียที่พอจะนึกได้นะครับ แต่จริงๆแล้วก็ยังรัก ebay อยู่เสมอ ก็อู่ข้าวอู่น้ำเราในอนาคตนี่ครับ สุดท้ายของข้อเสียก็คือกลุ่มลูกค้าของเราจะถูกจำกัดเฉพาะสมาชิกของ ebay ในประเทศที่เราสังกัดเท่านั้นและพวกนั้นนอกจากจะเป็นผู้ซื้อแล้วบางคนก็เป็นผู้ขายด้วย คิดดูซิครับว่าการแข่งขันสูงขนาดไหนยิ่งสมาชิกมาก การแข่งขันก็จะสูงขึ้นมากเป็นเงาตามตัว ยากมากครับที่จะทำให้สินค้าของเราไปอยู่หน้าแรกตอนที่เขา search หาสินค้าในหมวดของเรายกเว้นของของเราจะไม่หมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริงๆ
ความตั้งใจแต่แรกของผมคือต้องขายทั่วโลก ลองคิดดูซิครับว่า สมาชิก ebay อย่างมากประเทศนึงก็มีซัก 20 ล้านคน แต่คนทั้งโลกมีกี่พันล้านคนครับที่เปิด internet หาซื้อของอยู่ขณะนี้ซึ่งอาจจะมีของที่เรากำลังขายอยู่ก็ได้ คราวนี้ผมจะใช้ข้อดีของ ebay ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์บวกกับความรู้ที่มีมาอุดช่องว่างตรงนี้ รับรอง กระทู้หน้าจะเข้าประเด็น เทคนิคเพิ่มยอดขายให้กระจุยกันแล้วนะครับ แค่เดินตามทางที่ผมบอกอย่าหลงทางกันก็พอ
ความตั้งใจแต่แรกของผมคือต้องขายทั่วโลก ลองคิดดูซิครับว่า สมาชิก ebay อย่างมากประเทศนึงก็มีซัก 20 ล้านคน แต่คนทั้งโลกมีกี่พันล้านคนครับที่เปิด internet หาซื้อของอยู่ขณะนี้ซึ่งอาจจะมีของที่เรากำลังขายอยู่ก็ได้ คราวนี้ผมจะใช้ข้อดีของ ebay ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์บวกกับความรู้ที่มีมาอุดช่องว่างตรงนี้ รับรอง กระทู้หน้าจะเข้าประเด็น เทคนิคเพิ่มยอดขายให้กระจุยกันแล้วนะครับ แค่เดินตามทางที่ผมบอกอย่าหลงทางกันก็พอ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)